ไม่อนุญาตให้โพสต์การพนัน และสิ่งผิดกฏหมายทุกชนิด แบนแอคเคาท์ทันที

ผู้เขียน หัวข้อ: กิ่งพันธุ์ หม่อน มัลเบอร์รี่ ติดทุกกิ่ง ลูกดก ปลอดสารพิษ 100% ให้คำปรึกษาฟรี  (อ่าน 39 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15210
    • ดูรายละเอียด


สั่งซื้อได้ที่นี่

ถ้าคุณเปิดเข้ามาดูสินค้านี้ แปลว่าคุณน่าจะกำลังตัดสินใจว่าจะปลูกมัลเบอร์รี่ดีหรือไม่

มันจะช่วยชดเชยรายได้จากปัญหาราคายางหรือพืชสวนอื่นๆ ที่ตกต่ำได้จริงหรือ แล้วสำหรับคนเมืองที่มีพื้นที่น้อย ถ้าปลูกแล้วจะได้ผลกินจริงมั้ย

คุณคงได้ยินข่าวที่เหล่าเพื่อนเกษตรกรได้หันมาทดลองปลูกมัลเบอร์รี่แล้วสามารถสร้างรายได้เทียบเท่า หรือบางครั้งก็มากกว่ารายได้จากพืชสวนเดิม แม้จะปลูกแทรกเพียงไม่กี่ต้น

จนทำให้บ่อยครั้ง เราจะเห็นชาวสวนได้ตัดสินใจโค่นต้นยางลง และหันมาเน้นปลูกมัลเบอร์รี่ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นแทน

ผมก็เป็นหนึ่งในชาวสวนเหล่านั้น ที่ทดลองปลูกครั้งแรกเพียง 1 ต้น ปรากฏว่าผ่านไปไม่ถึง 5 เดือน มันช่วยให้ผมสร้างรายได้ได้มากกว่าที่ผมคาดคิดไว้ เพราะมันให้ผลออกมาเต็มต้น จนต้องลงทุนปลูกเพิ่มขึ้นในที่สุด

หากคุณเคยปลูกพืชมาหลายชนิดแล้ว มัลเบอร์รี่จะไม่เป็นปัญหาเลยสำหรับคุณ เพราะมันเป็นพืชที่ปลูกง่ายมากๆ แทบจะไม่ต้องรดน้ำ สามารถปลูกแทรกต้นปาล์ม หรือต้นยางได้เลย

สำหรับคนเมืองนั้นก็สามารถปลูกลงกระถางและสามารถมีผลให้เก็บกินทุกวันได้เช่นกัน

คุณจะเริ่มได้ผลสุกในเดือนที่ 4 นับจากวันที่ปักลงดินวันแรก และจะมีให้เก็บกินทุกวัน สร้างรายได้อย่างต่อเนื่องต่างจากทุเรียนหรือปาล์ม ที่ต้องรอหลายเดือนถึงจะมีให้เก็บครั้งนึง

ราคาตลาดของมัลเบอร์รี่หากซื้อหน้าสวนก็จะอยู่ที่ราวๆ 180-200 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งโดยปกติจะให้ผลได้ถึงปีละ 6 รอบ รอบละประมาณ 6-7 กิโลกรัมต่อต้น

ซึ่งถ้าคุณสามารถแบ่งการปลูกแบบหมุนเวียนเพื่อให้รอบการเก็บเกี่ยวเหลื่อมกันพอดีได้ ก็จะทำให้สามารถมีผลให้เก็บได้ตลอด สามารถขายเพื่อสร้างรายได้ได้ทุกวันต่อเนื่องตลอดทั้งปี

เทคนิคในการเร่งให้ต้นออกลูกดกขึ้น ทำได้ 2 วิธีหลักๆ

วิธีแรกทำโดยการตัดแต่งใบ และโน้มให้ลำต้นโดนแสงแดดให้มากที่สุด โดยตัดใบที่บังแสงออก และตัดให้กิ่งยื่นเหลือจากลำต้นไว้ 1 เซนติเมตร ซึ่งจะได้เป็นตาที่จะแตกกิ่งและออกผลใหม่จากตานี้ต่อไป

วิธีที่ 2 ทำได้โดยการ 'พักต้น' โดยการงดให้น้ำ เพื่อให้ต้นสร้างภูมิคุ้มกันได้ด้วยตนเอง ซึ่งเทคนิคการพักต้นแบบนี้ จะช่วยให้ต้นมัลเบอรี่ให้ผลผลิตดกกว่าปกติในรอบการผลิตถัดไป

ข้อดีที่สุดของการปลูกมัลเบอร์รี่นั้น คือการลงทุนต้นพันธุ์เพียงครั้งเดียว จะสามารถเก็บเกี่ยวไปได้นานถึง 50 ปี แถมยังเริ่มเก็บได้ตั้งแต่ 4 เดือนแรกอีกด้วย ไม่ต้องรอเป็นปีๆ เหมือนพืชชนิดอื่นๆ แถมยังสามารถตัดชำเพื่อขยายพันธุ์ได้เอง

ดังนั้นต้นทุนหลักจึงไม่ได้มาจากกิ่งพันธุ์ แต่จะเป็นค่าจ้างแรงงาน ค่าปุ๋ยต่างๆ 

แต่ข้อเสียของมันก็คือต้องเก็บทุกวัน หากผลสุกได้เวลาเก็บแล้วแต่ปล่อยทิ้งไว้ เพียงแค่ 3 วันผลก็จะเน่า และมีเชื้อราขึ้นคาต้น เพราะฉะนั้นต้องมั่นใจว่าในช่วงที่มัลเบอร์รี่ให้ผลนั้น จะต้องสามารถเก็บลูกออกได้ทุกวัน

แต่ถ้าหากไม่สามารถเก็บได้ทุกวัน ก็แก้ง่ายๆ ด้วยการทำให้ต้น 'แกล้งตาย' โดยการปลิดใบทิ้งหมดทั้งต้นเพื่อบังคับไม่ให้ต้นออกลูก

วิธีนี้สามารถแก้ปัญหาการเก็บไม่ทัน และบังคับให้ต้นออกลูกสลับกับต้นอื่นเพื่อให้สามารถมีเก็บได้ตลอดทุกวันอีกด้วย

วิธีดูว่าผลสุกหรือยัง ให้ดูที่สีของผลมัลเบอร์รี่ หากยังเป็นสีแดงทั้งลูกอยู่จะมีรสเปรี้ยวฝาด ให้รอจนมีสีแดงครึ่งดำครึ่ง ไปจนถึงดำทั้งลูกถึงสามารถเก็บได้ เพราะยิ่งมีสีดำมากก็จะยิ่งหวานมาก และการเก็บควรจะดึงย้อนขึ้นด้านบนเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกมัลเบอร์รี่ช้ำ

หากปลูกได้เยอะจนขายหรือกินไม่ทัน นอกจากจะแพ็คเป็นกล่องขายสดแล้ว ก็สามารถแปรรูปไปเป็นแยม ซึ่งผลมัลเบอร์รี่สด 1 กิโลกรัม สามารถทำแยมได้ 25-30 กระปุก ซึ่งขายได้ราคากระปุกละไม่ต่ำกว่า 50 บาท

และสามารถทำน้ำคั้นสดบรรจุขวดแช่เย็นไว้ดื่มวันหลัง นำไปอบแห้ง หรือผมเคยเห็นเกษตกรท่านนึง นำผลมัลเบอร์รี่มาใส่ตกแต่งกับโยเกิร์ตบรรจุถ้วยพลาสติกขาย ก็เพิ่มมูลค่าได้มากทีเดียว เพราะถ้วยนึงใช้แค่ 3-4 ลูก แต่ขายได้ถึง 20 บาทต่อถ้วย

มัลเบอร์รี่ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดนึงในปัจุบัน ซึ่ง ดร.วิโรจน์ แก้วเรือง ผู้เชี่ยวชาญกรมหม่อนไหม ได้ให้ข้อมูลว่ามัลเบอร์รี่พันธุ์เชียงใหม่ 60 เป็นพันธุ์ที่ให้ผลสดที่ดีที่สุดในปัจจุบันของไทย โดยให้เหตุผลไว้ว่า
1.  สามารถปลูกได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย
2.  ปลูกและดูแลรักษาง่าย ขอแค่ให้มีน้ำเพียงพอก็ให้ผลแล้ว
3.  ให้ผลผลิตประมาณ 1,000 กิโลกรัม/ไร่/ปี เมื่อต้นหม่อนมีอายุ 3 ปีขึ้นไปหลังปลูก (เท่ากับสร้างรายได้ประมาณ 2 แสนบาทต่อไร่)
4.  ผลผลิตที่ได้ปลอดภัยจากสารพิษ เพราะขณะนี้ยังไม่พบว่ามีความจำเป็นต้องใช้สารป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช
5.  ผลมีสีแดงสดใสจนถึงสีแดงเข้ม (ผลห่าม) ดุจดังสีทับทิมสยาม สำหรับผลสุกให้สีม่วง เมื่อนำไปแปรรูปจะได้ ผลิตภัณฑ์สีสดใส ถูกใจผู้บริโภค


กิ่งมัลเบอร์รี่ของเรา เป็นสายพันธุ์เชียงใหม่ 60 ซึ่งได้ตัดแต่งและชุบแช่น้ำยาเร่งรากให้เรียบร้อยแล้ว ป้องกันด้วยการห่อหุ้มด้วยกระดาษอย่างดี งอกทุกกิ่ง 100% ตั้งแต่ขายมายังไม่มีลูกค้าท่านใดแจ้งว่าปักแล้วไม่งอก


รับประกันความเสียหายจากการขนส่ง หากพบว่ามีกิ่งที่แตกหัก ปักแล้วไม่งอก ติดต่อมาขอรับกิ่งชดเชยได้ทันทีโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ครับ



สิ่งที่คุณจะได้รับ:
- กิ่งมัลเบอร์รี่เปอร์เซนการงอก 100% ติดทุกกิ่ง
- สายพันธุ์เชียงใหม่ 60 แข็งแรง ปลูกง่าย ให้ผลดก
- พร้อมแช่น้ำยาเร่งรากและตัดแต่งให้แล้ว พร้อมปักลงดินได้เลย
- ได้ผลมัลเบอร์รี่สดๆ กินภายใน 4 เดือน หลังจากปักลงดิน
- ปลูกครั้งเดียว เก็บเกี่ยวได้นานต่อเนื่องถึง 50 ปี
- ประกันความเสียหายระหว่างขนส่ง หากพบว่ากิ่งแตกหัก เสียหาย ปักไม่ขึ้นสามารถติดต่อมาขอรับกิ่งเพิ่มได้ทันที

เมื่อสั่งซื้อแล้วทำยังไงต่อ?
1. เตรียมดินใส่ถุงดำใบเล็ก หรือแก้วพลาสติกเจาะรูไว้สำหรับปักชำ
2. เมื่อได้กิ่งแล้ว ให้ปักและวางในที่ร่ม รดน้ำเช้าเย็น (บางคนถนัดแช่น้ำให้รากออกแล้วค่อยปักดิน แต่วิธีนี้รากจะช้ำตอนเอาลงดินจึงไม่แนะนำครับ)
3. ทิ้งไว้ในที่ร่ม รดน้ำเช้าเย็น ประมาณ 2 อาทิตย์จะแตกยอดอ่อน ให้รอต่อจนครบ 1 เดือนจึงนำลงดิน หรือใส่กระถางใหญ่แล้ววางรับแดดได้
4. หลังจากนี้ 3 เดือนจะเริ่มออกผลผลิตให้เก็บ (4 เดือนนับจากปักลงดิน)
ดินที่ใช้แนะนำให้ใช้เป็นดินทราย แต่หากไม่มีก็สามารถใช้ดินที่สวนของคุณ หรือซื้อดินถุงได้เช่นกันครับ

ใครบ้างที่เหมาะกับการปลูกมัลเบอร์รี่?
- เกษตรกรที่กำลังมองหาพืชผลทางเลือก ที่สามารถปลูกแทรกกับพืชสวนที่มีอยู่แล้วเพื่อสร้างรายได้เสริมซึ่งเก็บขายได้ตลอดต่อเนื่องทุกวัน
- ผู้ที่รักการปลูกต้นไม้ ที่บ้านอยู่ในเมือง มีพื้นที่จำกัด แต่ต้องการผลไม้ที่เก็บกินได้จริงจังตลอดปี
- สถานที่ราชการ หรือสถานประกอบการ ที่้ต้องการสร้างอาชีพเสริมหรือรายได้เสริมให้กับบุคลากร
- โรงเรียนหรือสถานศึกษาที่ต้องการฝึกสอนการเพาะปลูกให้กับเด็กๆ ที่ได้ผลทานรวดเร็วภายในไม่กี่เดือน
- บุคคลอื่นๆ ที่สนใจและรักสุขภาพ เพราะนอกจากจะปลูกง่ายแล้ว มัลเบอร์รี่ยังเป็นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์สูงมาก

ถึงตรงนี้ คุณเหลือเพียง 3 ทางเลือกแล้วครับ
1. ปิดหน้านี้ไป ลืมเรื่องมัลเบอร์รี่นี้ แล้วหันไปหาพืชชนิดอื่นแทน
2. หาซื้อกิ่งพันธุ์เองจากเจ้าอื่น ซึ่งอาจต้องเสียเวลาเดินทาง และเสี่ยงกับการได้กิ่งพันธุ์ที่ไม่ดี แต่คุณคงไม่อ่านถึงตรงนี้ถ้าจะทำอย่างนั้น
3. สั่งกิ่งมัลเบอร์รี่ที่รับประกันคุณภาพกับเราและเตรียมดินไว้ แล้วรอรับอย่างสบายใจอยู่ที่บ้าน ภายใน 2-4 วันทำการ คุณจะได้รับกิ่งมัลเบอร์รี่จากเราไปพร้อมปักลงดินได้ทันทีอย่างสะดวกและรวดเร็ว

ย้ำอีกครั้งว่ารับประกันความเสียหายจากการขนส่ง หากพบว่ากิ่งพันธุ์แตกหัก ปักแล้วไม่งอก ติดต่อกลับมาได้ทันทีครับ เราจะส่งกิ่งใหม่ไปให้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ

คำถามที่พบบ่อย FAQ:
มีสายพันธุ์อื่นมั้ย?
= ตอนนี้เรามีสายพันธุ์เดียวคือพันธุ์เชียงใหม่ 60 เพราะเป็นสายพันธุ์ที่ให้ลูกสดที่ดีที่สุดในปัจจุบันครับ

ยังมีสินค้าอยู่มั้ย?
= ถ้ายังมีปุ่มให้กดสั่งซื้อได้ในหน้าเวบ แปลว่ายังมีสินค้าอยู่ สามารถกดสั่งซื้อได้ทันทีครับ

ได้กิ่งไปแล้วทำไงต่อ?
= เมื่อได้กิ่งแล้วทำตามขั้นตอนดังนี้
1. เตรียมดินใส่ถุงดำใบเล็ก หรือแก้วพลาสติกเจาะรูไว้ แล้วปักด้านที่หุ้มกระดาษลงดิน (นำกระดาษหุ้มออกก่อน) และวางในที่ร่ม รดน้ำเช้าเย็น
2. ทิ้งไว้ในที่ร่ม รดน้ำเช้าเย็น ประมาณ 2 อาทิตย์จะแตกยอดอ่อน ให้รอต่อจนครบ 1 เดือนจึงนำลงดิน หรือใส่กระถางใหญ่แล้ววางรับแดดได้
3. หลังจากนี้ 3 เดือนจะเริ่มออกผลผลิตให้เก็บ (4 เดือนนับจากปักลงเดือน)
ดินที่ใช้แนะนำให้ใช้เป็นดินทราย แต่หากไม่มีก็สามารถใช้ดินที่สวน หรือซื้อดินถุงได้เช่นกันครับ

เมื่อไหร่จะได้ลูกมัลเบอร์รี?
= ประมาณ 4 เดือนหลังจากปักลงดิน


มัลเบอร์รี่ ปลอดสารพิษ




สั่งซื้อสินค้าได้ที่ https://www.lazada.co.th/products/lazada-mulberry-organic-super-fruit-100-50-10-i234091683-s359002681.html?mp=3&spm=a2o6z.store_hp.productPromotion_36812951.2
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 08, 2019, 05:30:48 PM โดย admin »