ตอบปัญหา อาการโคลิค กระทบพัฒนาการลูกน้อยหรือไม่

  • 0 ตอบ
  • 25 อ่าน
*

unyana

  • *
  • 445
    • ดูรายละเอียด
หนึ่งในปัญหาที่สร้างความหนักใจให้กับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่อยู่บ่อยครั้ง คือเมื่อยามที่ ทารกร้องไห้ โยเยไม่ยอมกินนมและไม่มีทีท่าว่าจะสงบโดยง่าย ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะปลอบประโลมด้วยวิธีใด ๆ ยิ่งถ้า ลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ ร้องไห้รุนแรงต่อเนื่องยาวนานเข้าข่ายลักษณะอาการ โคลิค หรือร้องร้อยวันก็อาจยิ่งทำให้คุณพ่อคุณแม่เครียดและกดดันมากขึ้นทั้งจากการที่ไม่สามารถรับมือกับลูกน้อยได้และยังกังวลด้วยว่า อาการโคลิค เป็นความผิดปกติและจะกระทบต่อพัฒนาการของลูกน้อย




   อาการโคลิค คือ การที่ ทารกร้องไห้ รุนแรงแตกต่างไปจากการร้องไห้ธรรมดา โดยไม่ได้มีความผิดปกติหรือเจ็บไข้ได้ป่วย บางคนจะร้องไห้จนหน้าแดง กำมือเกร็งเท้างอขามักจะร้องอย่างต่อเนื่องเป็นชั่วโมงและที่สำคัญจะร้องไห้ลักษณะนี้ในเวลาเดิม ๆ แทบทุกวันหรืออย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ โดยที่ไม่สามารถทำให้หยุดร้องโดยง่ายไม่ว่าจะใช้วิธีการกอด ปลอบ หรือให้ดูดนม ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยให้ลูกให้ผ่อนคลายและสบายตัวขึ้นในช่วงที่มี อาการโคลิค ทั้งการพาเดินไปยังที่สงบ ๆ พาไปสูดอากาศที่โปร่ง ๆ อุ้มลูกโยกไปมาช้า ๆ นวดบริเวณหน้าท้องให้ลูกอย่างแผ่วเบา พาลูกอาบน้ำอุ่นในอ่างรวมถึงการเปิดเพลงสบาย ๆ เพื่อช่วยให้ทั้งลูกน้อยและคุณพ่อคุณแม่ผ่อนคลายมากขึ้น และที่สำคัญต้องจับลูกน้อยเรอนมทุกครั้งเพื่อป้องกันอาการท้องอืด แน่นท้องซึ่งอาจทำให้ ลูกร้องไม่หยุด ได้

  อาการโคลิค อันตรายหรือไม่ 
   ทางการแพทย์ยืนยันว่าการที่ เด็กร้องไห้ รุนแรงกว่าปกติ ร้องไห้ไม่หยุด ร้องยาวนานนับชั่วโมงจนนับได้ว่าเป็น อาการโคลิค นั้นไม่ถือเป็นเรื่องผิดปกติ ทารกทั้งหญิงและชายจำนวนไม่น้อยที่อยูในช่วงเดือนแรก - 4เดือน มีโอกาสจะมี อาการโคลิค ได้ แต่เด็กจะยังคงเติบโตมีพัฒนาการได้ตามวัยและสามารถเพิ่มน้ำหนักตัวได้ตามเกณฑ์ปกติ เพียงแต่ในช่วงระยะเวลาประมาณ 2 - 3 เดือนที่ลูกน้อยมี อาการโคลิค นั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องหาทางรับมือให้ได้โดยเริ่มจากการทำความเข้าใจธรรมชาติของเด็กที่มีอาการนี้ ไม่หงุดหงิดหรือระบายอารมณ์ตลอดจนทำร้ายร่างกายลูกขณะที่ร้องไห้รุนแรง แต่อาจหาผู้ช่วยมาเปลี่ยนในระหว่างนั้นเพื่อลดความเครียดลง หรืออาจพาลูกน้อยไปปรึกษาแพทย์เพื่อให้ตรวจร่างกายอย่างละเอียดว่ามีความผิดปกติในร่างกายลูกหรือไม่ รวมถึงแพทย์จะได้ให้คำแนะนำกับคุณพ่อคุณแม่ เพื่อให้การรับมือเมื่อ ลูกร้องไม่หยุด หรือลูกมี อาการโคลิค ไม่เป็นปัญหาใหญ่อีกต่อไป