แนะ 4 วิธีตรวจเช็กสภาพยางรถยนต์อย่างมืออาชีพ และยางรถเก๋งยี่ห้อไหนดีคุ้มค่า

  • 0 ตอบ
  • 697 อ่าน
*

unyana

  • *
  • 1758
    • ดูรายละเอียด
   การดูแลตรวจเช็กสภาพยางรถยนต์ควรทำบ่อยแค่ไหน ? การดูแลตรวจเช็กสภาพยางควรทำเป็นประจำทุกสัปดาห์ หรืออย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง นอกจากจะเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่และช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานให้แก่ยางรถอีกด้วย และเมื่อพบความผิดปกติของยางควรเข้าศูนย์เพื่อซ่อมแซมหรือทำการเปลี่ยนยาง วันนี้เราได้รวบรวม 5 วิธีในการตรวจเช็กสภาพยางรถยนต์อย่างมืออาชีพ เมื่อพบว่ายางมีอาการผิดปกติเหล่านี้ต้องรีบเข้าศูนย์เปลี่ยนยางทันที
1.   สภาพความสึกของดอกยาง
ดอกยางเป็นส่วนที่สัมผัสกับพื้นถนนมากที่สุดและเป็นสิ่งที่ช่วยในการควบคุมรถยนต์ให้ยึดติดถนน ยางรถยนต์ที่ถอยออกมาใหม่จะมีความลึกของร่องดอกยางประมาณ 7 - 9 มิลลิเมตร แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ร่องดอกยางลึกน้อยกว่า 1.6 มิลลิเมตร แสดงว่าถึงเวลาเปลี่ยนยางใหม่แล้ว แต่หากไม่แน่ใจว่าสภาพดอกยางของเรายังดีอยู่ไหม เปลี่ยนยางยี่ห้อไหนดี หรือ ยางยี่ห้อไหนนุ่มเงียบสามารถขอคำแนะนำได้จากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้าน ยางรถยนต์ Bridgestone ได้ทุกสาขา

2.   สภาพเนื้อยางแห้งแตก ขอบยางชำรุดเสียหาย
สภาพเนื้อยางที่ดูแห้ง แตกลายงา และขอบยางชำรุดเสียหาย เป็นความเสียหายที่มักเกิดจากการใช้งานที่ไม่ถูกวิธีหรือเกิดอุบัติเหตุขณะใช้งาน เช่น การโดนของมีคม การกระแทกกับขอบถนนอย่างรุนแรง การบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าเกณฑ์ปกติในขณะที่ความดันลมยางอ่อนหรือการขับบดยางในระยะทางไกล ๆ และยางหมดอายุ จนเนื้อยางเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันกับสารประกอบภายในจนทำให้ยางแข็งตัวเปราะบาง หากตรวจพบความเสียหายของยางตามที่กล่าวมานี้ อย่ามัวรีรอลังเลใจว่าจะขับรถเข้าศูนย์บริการ ยาง Bridgestone ดีไหม ขอแนะนำให้รีบพารถเข้าศูนย์บริการเพื่อเปลี่ยนยางให้เร็วที่สุด เพราะสภาพยางลักษณะนี้ออาจทำให้เสียสมดุลขณะขับขี่และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ทุกเมื่อ

3.   สภาพยางบวมปูดผิดปกติ
สาเหตุของอาการยางบวมที่เกิดจากการกระแทกอย่างรุนแรงกับขอบทางถนนหรือการตกหลุมถนนลึกในขณะขับด้วยความเร็วสูง ทำให้โครงสร้างภายในยางบิดตัวเสียหาย เส้นใยฉีดขาด และเกิดแรงดันภายในยางจนทำให้เนื้อยางบวมโป่งออกมา หากพบว่ายางรถยนต์ที่กำลังขับขี่อยู่มีสภาพปูดบวมอย่างผิดปกติ แนะนำให้เข้าตรวจเช็กเข้าศูนย์บริการ ยางรถยนต์ bridgestone ที่ใกล้ที่สุดในขณะนั้นทันที เพราะยางรถที่ปูดบวมจะทำให้รถสูญเสียการทรงตัว มีอาการส่ายหรือแกว่งไปมาขณะขับขี่ เสี่ยงต่อการระเบิดของบริเวณยางที่บวมออกมาได้ทุกเมื่อ 

4.   ยางเสื่อมหมดอายุการใช้งาน
ยาง bridgestone และยางรถยนต์ทั่วไป จะมีอายุการใช้งาน 5 ปี หลังจากปีที่ผลิต โดยเราสามารถคำนวณอายุของยางได้จากตัวเลข 4 ตัวด้านนอกขอบยาง ซึ่งตัวเลข 4 ตัวนี้ จะแสดงถึงลำดับสัปดาห์และปีที่ผลิต (WWYY) อย่างเช่น เลข 1315 หมายความว่า ยางเส้นนี้ผลิตในสัปดาห์ที่ 13 ของปี 2015 และเมื่อยางมีอายุการใช้งาน 5 ปี นั่นหมายความว่า ยางเส้นนี้สามารถใช้ได้ถึง สัปดาห์ที่ 12 ของปี 2020 หรือในเดือน เมษายน ของปี ค.ศ.2020 นั่นเอง
การเสื่อมสภาพของยางรถยนต์ เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามและห้ามละเลยที่จะตรวจเช็กความผิดปกติของยางเป็นประจำทุกสัปดาห์ หากพบความผิดปกติของยางรถยนต์ที่กำลังขับขี่อยู่ตามที่กล่าวมาข้างต้น ควรรีบนำรถเข้าศูนย์บริการ bridgestone ปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการแก้ไขหรือเปลี่ยนยางใหม่ทันทีเพื่อความปลอดภัย และหากต้องเปลี่ยนยางใหม่ ควรเลือกยางให้ถูกต้องตามรุ่นของรถและตามลักษณะการใช้งานหรือสไตล์ในการขับขี่ การเลือกว่าจะ เปลี่ยนยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี ก็ควรเลือกยางจากโรงงานผลิตที่ได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรมในด้านคุณภาพและความปลอดภัยเป็นหลัก ยาง bridgestone เป็นแบรนด์ที่ได้รับ “แบรนด์ยอดนิยมอันดับหนึ่งของประเทศไทย” ยาวนานต่อเนื่องถึง 8 ปี มีทีมวิศวกรมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพของยางแต่ละรุ่นให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าที่มีลักษณะการใช้งานและสไตล์การขับขี่ที่หลากหลาย เกิดสุนทรียภาพของการขับขี่ที่นุ่มเงียบและยึดติดถนนได้ดี และยังเป็นยางที่ปลอดภัย ได้รับคุณภาพว่าเป็นยางที่มีสมรรถนะเป็นเลิศและช่วยประหยัดน้ำมันสูงสุด