ไขข้อข้องใจ คุณแม่แพ้ท้องแบบนี้รับมืออย่างไร เรียนรู้จาก แอพตั้งครรภ์

  • 0 ตอบ
  • 476 อ่าน
*

unyana

  • *
  • 1480
    • ดูรายละเอียด
ช่วงที่คุณแม่ตั้งท้องอ่อน ๆ เป็นช่วงที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน เหม็นกลิ่นอาหาร รู้สึกอ่อนเพลีย อาการแพ้ท้องมาก ๆ ส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและจิตทั้งแม่และเด็ก เป็นสาเหตุของปัญหามากมาย คุณแม่มือใหม่ควรเรียนรู้วิธีรับมืออาการแพ้ท้องจาก แอพตั้งครรภ์ ควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อทำให้ทั้งตัวคุณแม่และพัฒนาการเด็กในครรภ์มีความแข็งแรงปลอดภัย ต้องทำอย่างไรหากมีอาการต่อไปนี้
1.กินยาหรือวิตามินที่คุณหมอให้มาสำหรับอาการแพ้ท้อง
คุณแม่ตั้งครรภ์จะซื้อยากินเองไม่ได้โดยเด็ดขาด ยาบางชนิดเป็นอันตรายอาจทำให้ทารกในครรภ์พิการแต่กำเนิดหรือส่งผลให้แท้งได้ ยาแก้แพ้ท้องต้องเป็นยาที่แพทย์สั่งและใช้เมื่อจำเป็นต้องควบคุมเมื่อเข้าข่ายแพ้ท้องขั้นรุนแรงเท่านั้น อาการแพ้ท้องหนักอาจเกิดจากอาหารก็เป็นได้ โดยเฉพาะนมอุ่นที่ดีต่อสุขภาพคุณแม่ตั้งครรภ์แต่ถ้าดื่มแล้วคลื่นไส้ควรงดเว้นไปจนกว่าอาการแพ้ท้องจะดีขึ้น แอพคุยกับหมอ แนะนำให้รับประทานโยเกิร์ตแทนนมในตอนเช้า ช่วยให้อาการแพ้ท้องหลังตื่นนอนลดน้อยลง
2.จิบน้ำขิงระหว่างวัน
เครื่องดื่มอุ่น ๆ ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องคลื่นไส้และแก้วิงเวียนเป็นลม น้ำขิงเป็นเมนูแนะนำสำหรับคุณแม่มือใหม่ ดื่มแล้วสดชื่น ลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลมในกระเพาะอาหาร ทั้งยังเป็นยาระบายช่วยแก้ปัญหาท้องผูกบ่อย ๆ ในระหว่างตั้งครรภ์ สรรพคุณของขิงไม่เป็นอันตรายต่อ พัฒนาการทารกในครรภ์ จิบได้เรื่อย ๆ ตลอดทั้งวัน ถ้ารู้สึกว่าน้ำขิงรสชาติเผ็ดร้อนเกินไป ก็ให้ผสมกับเครื่องดื่มอื่น ๆ หรือน้ำผลไม้เพื่อเจือจางความเผ็ดและทำให้ดื่มง่ายขึ้นได้
3.พักผ่อนให้เพียงพอ
คุณแม่มือใหม่ไม่คุ้นเคยกับอาการแพ้ท้องครั้งแรกจะรู้สึกเหนื่อยล้า ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้อาการแพ้ท้องรุนแรงมากขึ้น คุณแม่ที่คลื่นไส้อาเจียนหนักจนอ่อนเพลียหมดเรี่ยวแรงควรพักผ่อนมาก ๆ ให้ร่างกายได้พักฟื้นและดูแลสุขภาพเป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้กระทบต่อลูกน้อยในครรภ์ แพทย์ที่รับ ฝากครรภ์ จะแนะนำวิธีดูแลรับมือกับอาการแพ้ท้องในระดับต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
4.หลังกินข้าวไม่ควรนอนลงทันที
กินอาหารอิ่มก่อนนอนประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการเกิดโรคกรดไหลย้อยมีอาการแสบร้อนกลางอก การนอนทันทีหลังมื้ออาหารอาจทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์มีอาการแน่นจุกเสียดและเสี่ยงเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้
5.ปรับเปลี่ยนวิธีการกิน กินอาหารที่ย่อยง่าย
คุณแม่ตั้งครรภ์มักจะท้องอืดท้องเฟ้อและจุกเสียดเพราะอาหารไม่ย่อย ควรรับประทานอาหารประเภทข้าวสวย ธัญพืช ซึ่งมีคาร์โบไฮเดรตสูงและย่อยง่าย ลดอาหารโปรตีนสูงที่ย่อยยากทำให้แน่นท้อง เปลี่ยนมาเป็นเมนูไข่ต้ม เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ ปลาและอาหารทะเล ถ้าคุณแม่แพ้อาหารง่ายควรหลีกเลี่ยงกุ้ง รับประทานผักผลไม้สดเพื่อเพิ่มกากใยช่วยลดอาการท้องผูก แอพสําหรับคนท้อง แนะนำให้คุณแม่เคี้ยวให้ละเอียดเพื่อง่ายต่อการย่อยและการขับถ่าย
6.ดื่มน้ำอุ่นให้มากขึ้น
ในช่วงแพ้ท้องการดื่มน้ำบ่อย ๆ ตลอดวันจะทำให้ช่วยคลายความเหนื่อยล้าอ่อนเพลียจากการแพ้ท้อง รู้สึกสดชื่น และลดอาการบวมในช่วงตั้งครรภ์ได้ด้วย กรณีที่อาเจียนมากจนรู้สึกขมคอ อย่าฝืนดื่มน้ำเข้าไปมาก ๆ เพราะจะยิ่งทำให้รู้สึกพะอืดพะอมและอาเจียนหนักขึ้น แอพตั้งครรภ์ แนะนำให้จิบน้ำอุ่นเพื่อล้างปาก ค่อย ๆ จิบน้อย ๆ แต่บ่อย ๆ ล้างกลิ่นอาเจียนที่ติดอยู่ในปากและลำคอให้หมด
หากต้องการความรู้วิธีการดูแลตัวเองของคุณแม่เพิ่มเติมสามารถหาอ่านได้ใน แอป Alive Powered by AIA เป็นตัวช่วยคอยชี้แนวทางและปรึกษาแพทย์และพยาบาลได้ตลอดเวลา รวมถึงพูดคุยสอบถามเทคนิคดี ๆ จากเหล่าคุณแม่ที่มีประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลตัวเองและลูกน้อย การให้นมลูก ซึ่งจะช่วยเบาแรงคุณแม่มือใหม่ได้